วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

แผนภูมิ (Chart)

ความหมายของแผนภูมิ

            แผนภูมิ  หมายถึง ทัศนวัสดุที่ใช้ เส้น คำอธิบาย สัญลักษณ์ สี อักษร หรือภาพ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของเรื่องราวต่างๆ  ช่วยให้ง่ายต่อความเข้าใจ

ประเภทของแผนภูมิ

แผนภูมิ มี 9 ประเภทดังนี้

1.แผนภูมิแบบตาราง (Tabular Charts)
              เป็นแผนภูมิที่เสนอข้อมูลที่เป็นตัวเลขและมีเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ตารางรถไฟเข้าออกสถานี หรือ แผนภูมิที่เสนอข้อมูลสินค้าเข้าสินค้าออกแต่ละเดือนในปีหนึ่งๆ เป็นต้น
    ตัวอย่าง

2.แผนภูมิแบบอธิบายภาพ (Illustrative Charts)
            ใช้แสดงส่วนต่างๆ ของภาพหรือบอกรายละเอียดของภาพ เช่น อวัยวะต่างๆ ของคน ส่วนต่างๆ ของดอกไม้ เป็นต้น
     ตัวอย่าง  แผนภูมิแสดงส่วนประกอบของพืชใบเลี้ยงคู่

3.แผนภูมิแบบต้นไม้ (Tree Charts)
            แผนภูมิแบบนี้ ใช้ในกรณีที่ต้องการแสดงให้รู้ว่าของสิ่งหนึ่งนั้นสามารถแยกเป็นส่วนย่อยอะไรได้บ้าง  ของกิ่งก้านของต้นไม้ โดยยึดหลักการแตกของกิ่งก้านเป็นหลัก โดยจะแสดงให้เห็นว่า สิ่งหนึ่งสามารถจำแนกออกเป็นส่วนย่อยได้อีกหลายส่วน เปรียบเสมือนต้นไม้ที่แตกกิ่งออกไป เช่น การคมนาคมมี ทางคือทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เป็นต้น
    ตัวอย่าง  แผนภูมิแบบต้นไม้

4.แผนภูมิแบบสายธาร(Stream Charts)
         ลักษณะของแผนภูมิแบบนี้ จะเปรียบเหมือนกับการรวมตัวของลำธารน้ำกลายเป็นลำคลอง และแม่น้ำที่กว้างใหญ่ขึ้น โดยจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งเกิดจากหลายสิ่งรวมกัน ซึ่งจะตรงกันข้ามกับแผนภูมิแบบต้นไม้ เช่น คอมพิวเตอร์เกิดจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ชิพ เมนบอร์ด จอภาพ ขนมปังเกิดจาก แป้ง ยีสต์ น้ำตาล เป็นต้น

5.แผนภูมิแบบเปรียบเทียบ(Comparison Charts)
             เป็นแผนภูมิที่ใช้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งของสองสิ่งทางด้านรูปร่าง ลักษณะ ขนาด แนวความคิด ของสิ่งต่างๆ เช่น การเปรียบเทียบการแต่งกายในสมัยต่างๆ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับใบเลี้ยงคู่ เป็นต้น

6.แผนภูมิแบบองค์การ(Organization Charts)
         เป็นแผนภูมิที่ใช้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสายงานในองค์การ นิยมใช้เส้นโยงความสัมพันธ์ของหน่วยงานย่อย ที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงและใช้เส้นประ หรือเส้นจุดไข่ปลา แสดงความสัมพันธ์ของหน่วยงานย่อยที่เกี่ยวข้องกันโดยอ้อม เช่น แผนภูมิแสดงสายงานการบริหารโรงเรียน เป็นต้น

7.แผนภูมิแบบต่อเนื่อง(Flow Charts)
           ใช้แสดงเรื่องราว กิจกรรม การทำงานเป็นขั้นตอนตามลำดับต่อเนื่อง ตลอดจนการแสดง วงจรชีวิตที่เป็นลำดับต่อเนื่อง เช่น วงจรชีวิตของผีเสื้อ

8.แผนภูมิแบบวิวัฒนาการ(Developmental Charts)
         แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ต่อเนื่องกันเป็นลำดับ แต่ไม่ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีก

9. แผนภูมิขยายส่วน (Enlarging Charts)
           เป็นแผนภูมิที่มุ่งแสดงให้เห็นลายละเอียดของส่วนเล็กๆ   ขยายให้ใหญ่ขึ้นเน้นส่วนที่ต้องการ ให้เห็นชัดเจนขึ้น โดยขยายเฉพาะบางส่วน


ลักษณะของแผนภูมิที่ดี

1.เป็นแบบง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนหรือยุ่งยาก
2.แสดงแนวความคิดเพียงแนวคิดเดียว
3.เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย ตรงกับวัตถุประสงค์
4.สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน สร้างความประทับใจ
5.มีขนาดใหญ่พอเหมาะกับกลุ่มผู้เรียน
6.ใช้สีเรียบๆ เพียง 2-3 สี หรือใช้เพื่อเน้นความสนใจ
7.ตัวอักษรที่ใช้ควรเป็นแบบที่อ่านง่าย ประณีตบรรจงและควรเป็นแบบเดียวกัน
8.นอกจากต้องการเน้นชื่อเรื่องและเนื้อหาควรสอดคล้องกับภาพและใช้ตัวอักษรที่โตกว่าคำบรรยาย
9.คำบรรยายควรใช้ข้อความสั้นๆ กะทัดรัด
10.สัญลักษณ์หรือรูปภาพควรเป็นแบบง่ายๆ ไม่แสดงรายละเอียดมากนัก


ประโยชน์ของแผนภูมิ

1. มองเห็นภาพรวมของของความสัมพันธ์ได้ชัดเจน            
2. แสดงสิ่งที่เป็นนามธรรมออกมาในรูปธรรม ช่วยทำให้เข้าใจง่ายขึ้น     
3. ทำให้เห็นกรอบความคิดชัดเจนยิ่งขึ้น        
4. ช่วยให้งานและแนวคิดมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น                        
5. ช่วยในการแก้ปัญหาหรือหาคำตอบได้ง่ายและเร็วขึ้น  
6. ช่วยในการจำลองเหตุการณ์และการนำเสนอได้เห็นภาพชัดเจน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น